ความฝัน คือ อะไร

25,370 views
หัวข้อน่าสนใจ

ความฝันจะเป็นความจริงหรือไม่ หรือมีสาระหรือไม่ก็ตาม แต่คนแทบทุกชาติทุกภาษาเชื่อกันว่า เป็นเรื่องที่บอกเหตุการณ์ส่วงหน้าได้ จึงมีการทำนายฝันกันมาหลายพันปีแล้ว และดูเหมือนนักพรดของศาสนาที่เชื่อว่ามีพระเข้า ได้ร่วบรวมคำทำนายฝันไว้โดยอ้างว่าเป็นคำทำนายของศาสดาซึ่งเป็นทูตของพระเจ้า และบอกเล่าให้ศาสนิกชนที่ประสงค์จะทราบได้ทราบสืบต่อกันมาในประวัติศาสตร์เราจะได้เห็นว่าพระมหากษัตริย์มีโหรเป็นที่ปรึกมาเมื่อทรงพระสุบินอย่างไรก็จะให้ไหรเป็นผู้ทำนายเพื่อจะได้ทราบเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นถ่วงหน้าอยู่เสมอ 

แต่ศาสตร์จารย์ซิกมัน ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในผลงานการวิเคราะห์ทางจิต (psycho-analysis) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีไนวงการศึกษาในปัจจุบันว่ ทฤษฎีของฟรอยด์ (Freudian-Theory) และเป็นผู้ที่ให้กำเนิดวิทยาการแขนงใหม่ซึ่งเรียกว่า psychiatry ท่านผู้นี้เกิดเมื่อปี ค.ศ.1456 และถึงแก่กรรมเมื่อ ค.ศ. 1434) ได้ให้อรรถาธิบายเกี่ยวกับความฝันว่า ความฝันเกิดจากความต้องการของจิตใจที่จะให้สมปรารถนาในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และความปรารถนานั้นฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก (sub-concious mind) แล้วมาแสดงออกในขณะหลับ พร้อมกันนั้นก็ได้แยกแยะให้เห็นสภาพของจิตใจในขณะที่หลับ และเกิดความฝัน โดยสรุป ฟรอยค์ไม่เชื่อความฝัน จะทำนายเหตุการณ์ภายหน้าได้จริง แต่เชื่อว่ามีมูลเหตุมาจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ผู้ฝันได้เคยพบเห็นมาก่อนแล้ว ฟรอยด์ใส่ใช้ความฝันของคนไข้ของเขาให้เป็นประโยชน์ โดยนำมาแยกแยะสาวหาต้นตอที่เป็นสาเหตุให้ฝัน แล้วก็รักษาสาเหตุที่เป็นดันเหตุนั้น

อย่างไรก็ดีในปัจจุบันก็มีนักจิดวิทยา (psychologist) และนักจิตวิเคราะห์ (Psychiatrist) ทำการศึกษาและค้นคว้าในเรื่องความฝันกันอย่างขมักเขมัน และผลงานบางอย่างก็ได้นำมาพัฒนาเป็นศาสตร์แขนงใหม่ขึ้น อย่างที่เรียกว่า behavioural science ซึ่งนำความฝันทั้งดื่น ๆ ของคนมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนงานต้านการบริหารต่าง ๆ  แต่นักค้นคว้าบางพวกก็มีความเชื่อว่า ความฝันเป็นความจริง และสามารถบอกเหตุการณ์ได้ ดังหนังสือเรื่อง “ความหมาขของความฝัน” (The Meaning of Drcams) แต่งโดยนายคาถวิน เอส. ฮอลล์ (Calvin S. Hall) ซึ่งพิมพ์จำหน่ายโดยบริษัท ฮาร์เปอร์ ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1853 เป็นต้น 

ในทางพุทธศาสนาของเรา ในตัมภีร์สารัตถสังคหะ ก็ได้กล่าวถึงเรื่องความฝันและคำทำนายฝันไว้ และในมหาสุบินสูต ใด้กล่าวถึงพระสุบินของพระพุทธเจ้าในเวลากลางคืนก่อนหน้าที่จะสำเร็จสัมมาสัมโพธิญานเป็น & ประการ และพระพุทธทำนายเนื่องด้วยความฝันนี้ซึ่งควรจะได้ทราบไว้ด้วย

มูลเหตุที่ฝันพระพุทธองค์ทรงพระสุบินว่า

1.พระองค์บรรทมหงายเหนือแผ่นดิน เอาพระเศียรพาลภูเขาหิมพานต์ทางทิศเหนือ พระบาททั้งสองเหยียดข้ามมหาสมุทรไปพาดเขาจักรวาลในทิศใต้ พระหัตถ์ซ้ำยเหยียดไปพาดยอดเขาจักรวาลด้านตะวันออก พระหัตถ์ขวาเหยียดไปพาดเขาจักรวาลด้านตะวันตก 

2.มีหญ้าคางอกขึ้นจากพระนากี ฮ่อย ๆ ยาวไปทุกทีจนสูงหลายโยชน์

3.มีหนอนตัวขาวหัวดำเป็นจำนวนมากมาย ไต่ขึ้นมาจากพระบาทจนถึงพระชานุ

4.มีนกสี่ต่าง ๆ 4 จำพวกบินมาจากทิศทั้งสี่ พากันมาหมอบอยู่ใกล้พระบาท แล้วเปลี่ยนสีเป็นสีขาวไปทั้งสิ้น

5.เสด็จคำเนินไปมาบนภูเขา ซึ่งเต็มไปด้วยอุจจาระ แต่พระบาทมิได้แปดเปื้อนเลยแม้แต่เล็กน้อย

พระสุบินนี้พระพุทธเจ้าทรงทำนายด้วยพระองค์เองว่า

1.ฝันข้อ 1 จะได้ตรัสรู้แผ่พระธรรมไปทั่วโลก

2.ฝันข้อ 2 จะแสดงธรรมให้เกิดประโยชน์ได้ไม่แต่มนุษย์แม้แต่เทวดา อินทร์ พรหม ก็ทรงโปรดได้ด้วย

3.ฝันข้อ 3 หมู่ชนจะเนืองแน่นกันมานับถือพระองค์

4.ฝันข้อ 4 บุคคลที่แบ่งวรรณะออกเป็น ๔ วรรณะ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ พ่อค้า และคนงานจะเลื่อมใส่ในพระศาสนา ออกบรรพชาเปืนพระสาวก เข้าใจพระธรรมเหมือนกันหมด คือเปลี่ยนเป็นสีเตียวกัน

5.ฝันข้อ 5 จะมีผู้เอาลาภอามิสมาบูชามากมายก่ยกอง แต่พระองค์จะมีพระหฤทัยเป็นอุเบกขาไม่ไยดีต่อลากสักการะทั้งปวง

ต่อมาคำทำนายฝันของพระพุทธองค์ก็เป็นความจริงทุกประการ

แต่มีนักปราชญ์ นักคันคว้ทางจิตวิทยาหลายคนได้ยืนยันว่าความฝันนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นความจริง หรือบอกเหตุการณ์ถ่วงหน้ได้เสมอไป เหตุการณ์และสิ่งแวคล้อมอาจจะทำให้กิดความฝันได้ เช่น คนกำลังนอนหลับ ถ้าเอาน้ำค่อย ๆ หยดไปที่หน้า เขาจะฝันว่าฝนตกและเขาเปียกน้ำจนโชกชุ่ม หรือเอาไฟลนที่เท้า เขาจะฝันว่ามีไฟไหม้ดังนี้เป็นต้น ฝันที่จะบอกเหตุการณ์หรือที่เรียกว่านิมิต นั้นจำเป็นจะต้องมีปัจจัยอย่างอื่นประกอบด้วย

ในตัมภีร์สารัดถสังคหะในพุทธศาสนา ได้ให้มูลเหตุในการฝันไว้อย่างมีเหตุผลที่ดีคือกล่าวว่า คนที่จะฝันนั้นมักจะเนื่องมาจากเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1.ฝันเนื่องจากธาตุในร่างกายไม่ดีเช่น กินอิ่ม ท้องเสียหรือเจ็บป่วย แล้วฝันอย่างหนึ่ง

2.เนื่องจากจิตใจผูกพันประหวัดในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างหนึ่ง

3.ฝันเนืองจากเทวดาปรารถาจะสังหรณ์ให้ทราบเหตุการณ์ล่วงหน้า อย่างหนึ่งและ

4.ฝันเนื่องจากอำนาจแห่งกุศถ หรือกุศลกรรมบันคาลให้เห็นเรื่องดีหรือร้ายที่เรียกว่า บุพนิมิต” อีกอย่างหนึ่ง

ความฝันในข้อ 1 และ 2 ย่อมเป็นความฝันที่ไม่แน่นอน เมื่อจะพิจารณาคำทำนายฝันจะต้องดูสาเหตุเหล่านี้ว่ มีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย

ยามที่ฝัน

นอกจากนั้นยังจะต้องดูเวลาที่ฝัน ที่เรียกว่า “ยาม” ประกอบอีกคือ

ถ้าฝันในเวลากลางวันหรือปฐมยาม (18.00 น. – 22.00 น.) มัชฌิมยาม (23.00 น.-02.00 น.) ฝืนมักไม่ใคร่แน่นอน เพราะอาพารที่บริโภคข้าไปยังไม่ช่อยไปหมด ร่างกายยังไม่เป็นปกติ

ถ้าฝันในปัจฉิมยาม (03.00 น. – 06.00 น.) ร่างกายสบายจิตใจเป็นปกติแล้ว ฝันนั้นมักจะจริง เที่ยงแท้ คือฝันดีคงได้ดี ฝันร้ายอาจจะร้ายอนึ่ง ถ้าฝันในปฐมยาม ฝันดีหรือร้ายจะเห็นผลใน 8 เดือน

ถ้าฝันในมัชฌิมยาม จะรู้เหตุใน 4 เดือน

ถ้าฝันในปัจฉิมยาม จะรู้เหตุในวันหนึ่งหรือ 2 วัน

ถ้าฝันวันอาทิตย์ ทุกข์สุขจะอุบัติแก่คนทั้งปวง

ถ้าฝันวันจันทร์ ทุกข์สุขจะอุบัติแก่วงศ์ตระกูลของตน

ถ้าฝันวันอังคาร ทุกข์สุขจะอุบัติแก่บิดามารคาของตน

ถ้าฝันวันพุธ ทุกข์สุขจะอุบัติแก่บุครภรรยาของคน

ถ้าฝันวันพฤหัสบดี ทุกข์สุขจะอุบัคิแก่ครูบาอาจารย์และอุปัชฌาย์

ถ้าฝันวันศุกร์ ทุกข์สุขจะอุบัติแก่สัตว์พาหนะ คือ ช้ง ม้า วัว ควาย

ถ้าฝันวันเสาร์ ทุกข์สุขจะอุบัติแก่ตนเอง

นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาถึงวันทั้งทางจันทรคดิและสุริยติด้วยอีกว่า ถ้าฝันในวันนั้นวันนี้ ควรจะเชื่อถือได้เพียงใด

วันทางจันทรคติ

ขึ้น ๑ ค่ำ เป็นฝันที่ดี แม้ฝันร้ายก็จะบรรเทา

ขึ้น ๒ ค่ำ เป็นฝันที่เชื่อไม่ใด้ แต่ยังมีส่วนดีบ้าง

ขึ้น ๓ ค่ำ เป็นฝันที่เชื่อไม่ได้เลย

ขึ้น ๔ ค่ำ ฝันที่ดีจะเป็นจริง ฝันที่ร้ายจะไม่เป็นจริง

ขึ้น ๕ ค่ำ เป็นฝันที่ไม่แน่นอน

ขึ้น ๖ ค่ำ เป็นฝันที่เชื่อไม่ได้

ขึ้น ๗ ค่ำ เป็นฝันที่เชื่อได้

ขึ้น ๘ ค่ำ เป็นฝันที่พอเชื่อได้

ขึ้น 9 ค่ำ เป็นฝันที่พอเชื่อได้

ขึ้น 10 ค่ำ เป็นฝันที่ไม่แน่นอน

ขึ้น 11 ค่ำ เป็นฝันที่จะเป็นจริงตามคำทำนาย แต่ต้องรอหลายวันภายหลัง

ขึ้น 12 ค่ำ เป็นฝันที่ตรงกันข้าม คือฝันดีจะร๊ย ฝันร้ายจะกลายเป็นดี

ขึ้น ๑๓ ค่ำ เป็นฝันที่เชื่อไม่ได้

ขึ้น ๑๔ ค่ำ เป็นฝันที่ไม่แน่นอน

ขึ้น ๑๕ ค่ำ เป็นฝันที่จะเป็นจริงใน 10 วัน นับจากวันที่ฝัน

แรม ๑ ค่ำ เป็นฝันที่เชื่อได้

แรม ๒ ค่ำ เป็นฝันที่จะเป็นจริงใน ๓ วัน

แรม ๓ ค่ำ เป็นความฝันที่ไม่แน่นอน

แรม ๔ ค่ำ เป็นฝันที่ดี แม้ฝันร้ายก็จะกลายเป็นดี

แรม ๕ ค่ำ เป็นฝันที่จะเป็นจริงใน ๔ วันข้างหน้า

แรม ๖ ค่ำ เป็นฝันที่เชื่อไม่ได้

แรม ๗ ค่ำ เป็นฝันที่จะมีผลโดยรวดเร็ว

แรม ๘ ค่ำ เป็นฝันที่ไม่แน่นอน

แรม ๙ ค่ำ เป็นฝันที่ดี

แรม ๑๐ คำ เป็นฝันที่ไม่แน่นอน

แรม ๑๑ ค่ำ เป็นฝันที่เชื่อได้ และเตือนให้ระวังตัว

แรม ๑๒ ค่ำ เป็นฝันที่ไม่แน่นอน

แรม ๑๓ ค่ำ เป็นฝันที่ไม่แน่นอน

แรม ๑๔ ค่ำ เป็นฝันที่เชื่อได้

แรม ๑๕ ค่ำ ไม่ว่าฝันดีหรือร้ายจะเป็นตามดำทำนายในวันนั้นเอง

การแก้ฝัน

ตามประเพณีของไทยเรานั้น นอกจากมีคำทำนายฝันแล้วยังมีการแก้ฝันอีกด้วย การแก้ฝันนั้น เป็นวิธีการที่จะช่วยให้เรื่องร้ยกลายเป็นดี หลักการใหญ่ ๆ ก็คือ ถ้ำมีคำทำนายฝันไปในทางค้นร้าย ก็ให้ทำบุญตักบาตร หรือทำบัตพลีบูชาเทวตาหรือเทพเข้าที่ศักดิ์สิทธิ์เสียและมีวิชีการไปแก้ความฝันต่อบุคคล หรือในสถานที่ที่กำหนด การแก้ฝันเท่าที่สังเกตมารู้สึกว่าได้ผลดี และเป็นเครื่องช่วยกำลังใจที่ดีอย่างหนึ่ง 

อย่างไรก็ดีใคร่จะขอให้ข้อสังเกตว่า อย่ได้ปักใจเชื่อคำทำนายอย่างงมงายนัก จะต้องใช้ปัญญาตริตรองและหาเหตุผลให้รอบคอบ คำทำนายฝันนี้เป็นแนวทางที่นักปราชญ์ราชบัณฑิต่ได้ประสบพบเห็นมา และได้ทำการค้นคว้าความจริงเอามาบันทึกรวมไว้เท่านั้น แต่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นจริงสำหรับเหตุการณ์ในอนาคตเสมอไป

อนึ่ง ในเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อความฝันของคนไทยเรานี้ เรายังมีความเชื่อกันว่า หากเกิดฝันซึ่งจะเป็นไปในทางร้ายไม่ดีแล้วนอกจากจะทำพิธีแก้ฝันหรือสะคะเคราะห์ ท่นผู้ใหญ่ยังได้สวดพุทธมนต์เพื่อทำใจให้ผ่องเผ้วอีกด้วย บทพระพุทธมนต์นั้น ข้าพเข้าขออัญเชิญมาไว้ดังต่อไปนี้

หัวข้อน่าสนใจ