วิธีโกนจุก และ ความเชื่อโบราณของไทย

40,292 views
หัวข้อน่าสนใจ

พอเด็กมีอายุได้ ๑ ปี เมื่อแต่ก่อนนี้บิดามารดาเด็กก็ขัดทำพิ ธี โกนจุกกันเป็นการสนุกสนาน คือ จัดเวลา วัน เดือน ปี ที่เด็กเถิดมาให้ โหรผูกตวงชาตาหาฤกษ์เวลาตัดจุก กำหนดวันที่จะทำพิธี จึงเริ่มทำสถานที่ ๆ จะไว้ใช้ในงานนี้ มีปลูกเป็นเบ็ญจาสำหรับรดน้ำ เมื่อโกนจุกแล้ว มีโต๊ะตั้ง มีเสา ๔ เสา มีหลังคาทำด้วยผ้าขาวปิดกระดาษ ทำขอบม่านโปร่ง ลูกไม้ ทำเป็นม่านไขจะแขวนพวงมาลัย ๔ มุม ตรงกลางแขวนกระเช้าดอกไม้สดก็ได้หรือจะไม่แขวนก็ได้แล้วแต่มี พอถึงวันสวดมนต์เย็นโหรจะทำบัตรพลี ๔ ชั้น เรียกว่าบัตรพระเกตุ เทวดาประจำวันเป็นวิญญาณธาตุและพระภูมิเจ้าที่ ๔ เหลี่ยม และบัตรเจ้ากรุงพาลี ๓ เหลี่ยม รวมด้วยกัน ๓ บัตร ใส่กับข้าวคาวหวาน ดอกไม้ หมากพลู ๒๔ คำ ธูปเทียนอย่างละ ๒๔ ดอก ดอกไม้ต้องหา ๙ สี บัตรพระภูมิบูชาพระภูมิเจ้าที่ ขอให้พระภูมิเข้าที่รักษาเหตุการณ์ อย่าให้เกิดอันตรายสิ่งหนึ่งสิ่งใดในงานนี้ (เหตุนี้การมีบ้านจึงต้องตั้งศาลพระภูมิไว้บูชาบ้องกัน อันตรายประจำวัน) ส่วนบัตรเจ้ากรุงพาลีบูชาเพื่อบอกกล่าวเจ้าของที่ที่จะทำการมงคลบัตร พระเกตุบูชาเทวดาทั้ง ๙ พระองค์ และอัญเชิญเทวดามานั่งพระเจริญพระพุทธมนต์ในวันนั้นและบูชาเทวดาทั้ง ๔ ทิศ มีท้าวจตุโลกบาลเบ็นประธาน ขอให้มาให้รักษาเหตุการณ์ในงานนั้น อย่าให้มีอันตรายแก่เด็กที่โกนจุก บัตรเหล่านี้เป็นหน้าที่ของโหรมาจัดทำส่วนพิธีพราหมณ์ต้องหาช่างเย็บบายศรี ๕ ชั้น ยอดมีพุ่มดอกไม้ และต้องหาช่างมาเกล้าจุก โกนผมรอบ ๆ ศีรษะแต่งไว้ให้สวย ผัดหน้าแต่งตัวเด็กที่จะมั่งพระสวดมนต์เย็น ถ้าจะแต่งตัวอย่างโบราณต้องสวมสนับเพลานุ่งผัายกจีบหางหงส์ สวมเสื้อเยียระบับ คาศเจียระบาด คาดเข็มขัดเพชร ใส่สร้อยตัว สวมสร้อยนวมผูกขี้ ผูกบานพับต้นแขน ใส่กำไลสวม และทำไสข้อมือข้อเท้า เครื่องผูกข้อมือข้อเท้า สวมเหวน ๘ นิ้ว สวมเกี๊ยวทองคำบนจุ 7 ถือทระบองเพชร จะสวมถุงเท้ก็ได้ เมื่อได้ฤกษ์ พราหมณ์ผู้ใหญ่สวมเสื้อครุยสะไบเฉี่ยง ถือ ขันข้าวตอกดอกไม้โปรยนำหน้า ส่วนพราหมณ์อีก ๒ คนนั้นอยู่หลังพราหมณ์ผู้ใหญ่ คนหนึ่ง เป่าสังข์ อีกคนหนึ่งตีไม้บัณเฑาะว์ นำเด็กมายังที่ทำพิธี ในขณะนี้พิณพาทย์ทำเพลงเดิน เมื่อมาถึงที่ทำพิธี จะต้องมีผู้สูงศักดิ์มาจูงมือเด็กไปนั่งมั่งสวด เมื่อเด็กนั่งแล้ว พราหมณ์จะนำ มงคลย่นมาสวมศีรษะเด็กเบ็นมงคล ตรงกลางที่เด็กนั่งนั่งสวดต้องปูพรมมีเบาะสำหรับเด็กนั่งหมอนอิงสำหรับวางมือที่ประนมมือพังสวด ที่มือเด็กมีของแต่งหนักมากจึงต้องมีหมอนรอง เมื่อรับศีลแล้วพระสวดมนต์ ในขณะนี้โหรต้องนุ่งขาวห่มขาว ทำพิธีบูชาบัตรพลี เมื่อพระสวดจบ พราหมณ์ 3 นายจะต้องนำเต็กมาส่งที่เดิม ปีพาทย์ทำเพลงเดิน ถ้าจะมีการมหรสพสมโภชก็ต้องลงมือเล่นค่ำวันนี้ รุ่งขึ้นเช้าพระมาแล้วโหรมีหน้าที่บูชาฤกษ์ พอได้ฤกษ์ โหรบูชาพระอิศวรเชิญเสด็จมาปร่ะสาทพรในงานนี้ ในขณะจะถึงฤกษ์พราหมณ์ ๓ นายจะต้อง ไปนำเด็กมาเหมือนเมื่อตอนเย็น แต่ไม่ต้องเบำาสังข์เป็นแต่ถือสังข์มาเฉย ๆ เด็กนุ่งขาวห่มขาว คาดเข็มขัดเพชรสวมสร้อยตัวและสร้อยนวม ผูกขี้ผูกเครื่องข้อมือข้อเท้าสวมเกี้ยว เมื่อจะตัดจุกพราหมณ์จึงถอดเกี้ยวออกและมีคนตามมาถอดสร้อยนจมด้วย เมื่อมาถึงที่เด็กนั่ง พระสงฆ์เริ่มสวดถวายพรพระ พราหมณ์ลงมือแบ่งผมเบ็น ๓ หย่อม แล้วเอาใบมะตูมหญ้าแพรกแหวนนพเก้าผูกเข้าที่ผมทั้ง ๓ หย่อม เมื่อพระถวายพรพระเสร็จแล้ว พอถึงฤาษ์เจ้าภพหรือ บิดามารตาเด็กจะได้เชิญผู้ใหญ่ที่เชิญไว้มาตัดจุก พราหมณ์ส่งสังข์น้ำเทพมนต์ให้หลังน้ำสังข์ลงที่ศีรษะเด็ก แล้วลงกรรไตรกรรบิดตัดผมออกหย่อมหนึง แล้วเอามีดเงิน, ทอง, นาก, โกนให้ ๓ ที พอเบ็นพิธี ทั้ง ๓ เล่ม แล้วเชิญท่านผู้อื่นอีก ๒ ท่าน มาตัดอีกคนละหย่อมและ โกนอย่างครั้งก่อนพอเป็นพิธี ต่อนี้ไปนายช่างโกนต่อไปจนเสร็จ ในขณะลงมือตัดจุกจะได้ลั่น ฆ้องชัยพระสวดชยันโต พราหมณ์เบ่าสังข์ไม้บัณเฑาะว์มีพาทย์ทำเพลงมหาชัย (โบราณ ยิงปืนเบ็นปฐมฤกข์ด้วย)

ในระวางฤกษ์ต้องทำพิธีดังกล่าวแล้วทุกอย่าง เมื่อช่างโกนผมเสร็จ แล้วพราหมณ์ก็นำเด็กมานั่งบนเบ็ญจารดน้ำ โหรบอกทิศแปรหน้าสู่ศรี เจ้าหน้าที่ต้องนำ หม้อน้ำสัมฤทธิ์, เงิน, ทอง, รวม ๓ หม้อมาตั้งที่โต๊ะข้างเบ็ญจา ขณะผู้ใหญ่ที่ได้รับเชิญมา มาหลังน้ำสังข์พุทธมนต์เทพมนต์ให้ศีลให้พรแก่เด็กเบ็นลำดับไปจนหมด ปู่ย่า, ตายาย, บิดา มารดา “จึงหลั่งน้ำให้พรทีหลัง เสร็จแล้วพราหมณ์ก็หลั่งน้ำสังข์อวยพร แล้วให้ทัดหูด้วย ใบมะตูม เพื่อกันภยันตรายตามแบบไสยศาสตร์เบ็นประเพณีข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งทัดใบเงิน ใบทอง บนศีรษะสวมมงกลย่น พี่เลี้ยงนำผ้าเข้ามาให้ผลัดและห่ม แล้วอุ้มไปเปลี่ยนเครื่อง แต่งตัวใหม่เพื่อจะได้มาตักบาตร แต่งอย่างธรรมดาสวมสร้อยตัวและมงคลก็พอจะได้เร็วทัน เวลาพระฉันเมื่อพระฉันเสร็จแล้วให้เด็กประเคนของพระมีเครื่องไทยทานตามแต่เจ้าภาพจะศรัทธา เมื่อพระยถาควรสอนให้เด็กตรวจน้ำ และต่อไปก็เริ่มทำขวัญ มีม้ามุกข์ ๑ ตัว สำหรับตั้งบายศรีกับเครื่องกระยาบวด แล้วยกบายศรีไบตอง ๕ ชั้น ที่เตรียมไว้หุ้มด้วยใบตองผูกด้ายสายสิญจน์ ๓ เปลาะ เอาผ้าเยียระบับหุ้มมาตั้งบนม้า เครื่องกระยาบวดนั้นมีมะพร้าวอ่อน ๑ ผล สำหรับบั่กแว่นเทียน และติดเทียนแว่นละ ๓ เล่ม ใบพลู ๗ ใบ โถกระแจะ เทียนชนวน ของเหล่านี้ควรหาเตรียมไว้ก่อนเสมอ เมื่อใกล้จะได้ฤกษ์เด็กต้องแต่งตัว การแต่งตัวตอน จะนุ่งหางหงส์อย่างตัวพระหรือจะนุ่งอย่างตัวนางก็ได้แล้วแต่สะดวก แล้วบิดามารดาจูงมือนั่งในที่จะทำพิธี ที่นั่งจัดเหมือนเมือตอนเย็น ต่อนี้วงศ์ญาตินังล้อมวงเพื่อเวียนเทียนทำขวัญ ผู้ว่าคำขวัญที่เชิญไว้จะเริ่มทำขวัญโกนจุก พรรณนาตั้งแต่มารตาได้ตั้งครรภ์และเลี้ยงมาจนถึงเติบโตได้ โกนจุก ว่าสิ้น ๓ จบแล้วพราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียน ซ้ายไปขวาครบ ๓ รอบ พราหมณ์เบีดผ้าคลุมบายศรีกับใบตองออกห่อขวัญอ่านพระเวทย์อวยพรส่งให้เด็กถือไว้ เบ็นมงคล และเวียนเทียนต่อไปอีกจนครบ ๕ รอบ ระหว่างนี้พราหมณ์เบ่าสังข์ดีไม้บัณฑาะว์ดับมลทิน และผู้มีหน้าที่ลั่นฆ้องต้องลั่นฆ้องชัยและโห่ไปด้วย ขี่พาทย์ก็ทำเพลงกรบ ๕ รอบ พราหมณ์ดับเทียนโบกควันให้เต็ก แล้วเอามะพร้าวอ่อนมาตักขวัญที่บายศรีทั้ง ๕ ชั้น แกร์ไข่ ที่ยอดบายศรีปากชามใส่ในมะพร้าวอ่อน อ่านพระเวทย์โองการ แล้วใช้ช้อนเงินหรือช้อนทอง บ้อนมะพร้าวอ่อนให้แก่เด็ก ๓ ช้อน สมมติว่าได้พรหมจรรย์เบ็นมงคลอนดี แล้วใช้สายสิญจน์ วาดบั่ดเดราะห์โศกโรคภัยเสนียดจัญรวินาสสันติ บั่ดกวาดดังนี้ออกข้างละ ๓ ที แล้วใช้ สายสิญจน์ที่เสกด้วยพระเวทย์มาผูกขวัญ ให้เบ็นสวัสดิมงคล และจุณเขิมด้วยกระแจะเป็น อุณาโลมให้เจริญวัฒนาถาวรมีอายุยืนยาวนาน ระหว่างนี้ญาติพี่น้องจะได้นำสิ่งของมาทำขวัญ ที่เรียกว่าลงขัน คือมีขันคอยรับของขวัญที่ผู้ได้รับเชิญมาจะให้เป็นของขวัญแก่เด็ก จึงได้เรียก ว่าลงขัน เมื่อพวกญาติและผู้ที่รับเชิญมาทำขวัญให้พรเด็กเสร็จแล้ว เด็กจะได้นำห่อขวัญไป เก็บไว้ในที่นอนทางศีรษะ ๓ วัน นับเป็นเสร็จการโกนจุก

credit cover

หัวข้อน่าสนใจ